ความเสี่ยงจากการไม่ลงทุน by 789betting

ความเสี่ยงจากการไม่ลงทุนนั้นน่ากลัว เรา 789betting เว็บไซต์ด้านการเงินและการลงทุน และ ลิงค์รับทรัพย์ การสร้างรายได้รูปแบบใหม่ วันนี้เราจะว่ากันด้วยเรื่อง การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงและน่ากลัว และถ้าวันนี้คุณไม่กล้าลงทุนเพราะความกลัว และกลัวความเสี่ยงเราอยากจะบอกคุณว่าชื่อของคุณหลังจากนี้จะน่ากลัวและมีความเสี่ยงมากกว่าหลายเท่า และความเสี่ยงที่ว่ามีอะไรบ้าง เราจะมาเล่าให้ฟัง

เสี่ยงเงินหมด และ ลิงค์รับทรัพย์
ซึ่งในยุคปัจจุบันอยากจะบอกว่าหมดอยู่กับการหารายได้ทางเดียว เพราะรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นผ่านบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนค่าโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการช้อปปิ้ง การเที่ยว ดูแลคุณพ่อคุณแม่ ค่ารักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ คุณเป็นอย่างนี้อยู่ได้มาก็ใช้ไป คุณจะยิ่งทำยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งเหนื่อย ยิ่งทำยิ่งเครียด และถ้ากลับกัน คุณเก็บเงินบางส่วนที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ สิบห้าเปอร์เซ็นต์หรือยี่สิบเปอร์เซ็นต์ นำไปลงทุน ให้เงินก้อนนี้สามารถสร้างเงินให้กับคุณได้ นั่นจะทำให้คุณเหนื่อยน้อยลง นั่นจะทำให้คุณมั่งคั่งและสบายขึ้น พักการที่คุณแบ่งเงินไปลงทุนนั้น เงินที่คุณนำมาลงทุนจะสามารถต่อยอดต่อพล ให้คุณได้
และการลงทุนที่เราอยากจะแนะนำนั่นคือการลงทุนใน ลิงค์รับทรัพย์ การสร้างรูปแบบใหม่เพียงการแชร์ลิงค์ และมีผู้ที่สนใจสมัครผ่านลิงค์ของคุณ และเกิดการเดิมพันหรือเล่นเกม เพียงเท่านี้ทุกยอดการเดิมพันจะแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ของคุณ คุณสามารถ ทำงานนี้ได้ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนหรือเวลาใด เป็นงานหลักหรืองานเสริม รายได้จากลิงค์รับทรัพย์คุณยังสามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ในการลงทุนในรูปแบบอื่นได้ นี่จึงเป็นวิธีการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่เราแนะนำ

เงินเฟ้อ
อย่าเผลอเพราะเงินเฟ้อ จะขโมยเงินคุณ! ซึ่งอัตราเงินเฟ้อนั่นคือ การที่คุณ มีเงินเท่าเดิม แต่ค่าของเงินลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งโดยสถิติแล้ว เงินเฟ้อโดยเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ ประมาณสามเปอร์เซ็นต์นั่นแปลว่า ถ้าวันนี้คุณไม่ลงทุน แปลว่าคุณจะจดลงเรื่อยๆ การที่คุณถือเงินสดไว้หรือฝากเงินไว้กับธนาคาร การที่คุณทำเช่นนี้เพียงอย่างเดียวจะทำให้เงินคุ ลดน้อยลงโดยที่คุณไม่รู้ตัวยิ่งฝากยิ่งจน ขาดทุนอยู่ตลอดเวลา เพราะการที่คุณนำเงินไปฝากราคารคุณจะได้ดอกเบี้ยจากแบงค์เพียงหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่เงินเฟ้อมีอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่สามเปอร์เซ็นต์ต่อปีนั่น
แปลว่าคุณจะขาดทุน หนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปีในทุกๆปี นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณจำเป็นที่จะต้องลงทุน

ตัวอย่างเงินเฟ้อ ตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากที่สุดนั่นคือก๋วยเตี๋ยวที่คนกินแถวบ้านซึ่งราคาสิบถึงยี่สิบปีที่แล้วราคาอยู่ที่ ชามละยี่สิบบาทซึ่งปัจจุบันราคาอยู่ที่ ประมาณห้าสิบบาทต่อชาม ซึ่งนี่แสดงให้เห็น มูลค่าของเงินนั้นลดลง มีอยู่จริง หรืออาจจะเป็นค่าทางด่วนเมื่อสิบยี่สิบปีก่อน ขึ้นทางด่วนนั้นคาดสิบบาท ซึ่งในปัจจุบัน ขึ้นทางด่วนในแต่ละครั้งยังต่ำต้องมีห้าสิบบาท เพราะฉะนั้นแปลว่าถ้าวันนี้คุณไม่ลงทุนคุณจะไม่สามารถสู้กับเงินเฟ้อได้

เสี่ยงที่จะต้องจ่ายมากกว่าเดิม
ความเสี่ยงที่ต้องจ่ายมากกว่าคนที่วางแผนทางด้านการเงิน และการลงทุน ซึ่งคนที่ไม่ลงทุนนั้นจะใช้เงินมากกว่าคนที่วางแผนทางด้านการลงทุน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอายุยี่สิบแล้วคุณตั้งใจที่จะซื้อบ้าน ตอนอายุสามสิบปี แล้ววันนี้คุณไม่ได้วางแผนการลงทุนไว้และควรเก็บเงินปกติโดยเก็บเงินสดหรือเก็บเงินฝากธนาคาร และเปรียบเทียบกับคนที่วางแผนทางด้านการลงทุน ที่ตั้งใจจะซื้อบ้าน ว่าอีกสิบปีจะซื้อบ้าน ซึ่งในระยะเวลาสิบปีที่จะซื้อบ้านนั้นเค้าได้นำเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การซื้อกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง

สรุปความเสี่ยงจากการไม่ลงทุน
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่มีความคิดที่ว่า การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงและไม่กล้าที่จะลงทุน เราอยากจะให้คุณเปลี่ยนความคิดซะใหม่ เพราะการที่คุณเก็บเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือฝากธนาคารไ มันจะทำให้คุณยิ่งจน และเงินของคุณจะลดค่าลงนั้นเรียกว่าเงินเฟ้อ โดยจากข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ จะตกอยู่ที่สามเปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่การที่คุณนำเงินไปฝากธนาคารเพียงอย่างเดียว คุณจะได้ดอกเบี้ยธนาคารเพียงหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปีซึ่งเท่ากับคุณจะขาดทุนหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปี ในทุกๆปี และนี่เป็นความเสี่ยงแรก ในการเก็บเงินสดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ลงทุน ความเสี่ยงต่อมานั่นคือเสียงที่เงินจะหมด เพราะในปัจจุบันภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่าบ้านค่าร ค่าใช้จ่ายรายเดือนเลี้ยงดูพ่อแม่ ค่ารักษาพยาบาลหากเจ็บป่วย หากคุณไม่ลงทุนเงินของคุณก็จะมีเพียงเท่าเดิม และไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย และสิ่งสุดท้ายคือเสียงที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มมากกว่าเดิม ความเสี่ยงนี้เราขอเปรียบเทียบเป็นสองกรณี นั่นคือหากคุณตั้งเป้าหมายไว้สิบปีคุณจะทำการซื้อบ้าน ถ้าคุณเก็บเงินเพียงอย่างเดียวโดยการฝากธนาคาร เมื่อเปรียบเทียบ กับคนที่วางแผนว่าอีกสิบปีจะซื้อบ้าน และนำเงินก้อนนี้ ในระหว่างสิบปีที่ฝากหรือเก็บเงินไปลงทุนต่อยอด คุณก็จะยิ่งมีเงินเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมและ ซื้อบัตรได้ในที่สุด